SwapSpace – การแลกเปลี่ยนคริปโตข้ามเชน

ขาขึ้น/ขาลงในคริปโต

bullish และ bearish หมายถึงอะไรในคริปโต? 

ในคริปโต คำว่า bullish และ bearish ใช้อธิบายอารมณ์ของตลาดและทิศทางโดยรวมของราคา การทำความเข้าใจภาวะตลาดเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้ตีความการเคลื่อนไหวของราคาและเข้าใจพฤติกรรมตลาดได้ดียิ่งขึ้น

สำรวจเพิ่มเติม

ตลาด bullish คืออะไร?

ตลาดกระทิงคือช่วงเวลาที่ยืดเยื้อของราคาที่ปรับตัวขึ้น ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมการซื้อที่แข็งแกร่งขึ้น คำนี้มาจากลักษณะการโจมตีของกระทิง — พุ่งเขาขึ้นด้านบน — ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแนวโน้มตลาดขาขึ้น

  • Sentiment

ผู้เข้าร่วมตลาดโดยทั่วไปมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต ในช่วงตลาดกระทิง Fear of Missing Out (FOMO) ก็อาจพบได้บ่อยขึ้นเช่นกัน

  • Demand

ความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากผู้เข้าร่วมรายย่อยและสถาบันสามารถนำไปสู่กิจกรรมการซื้อที่สูงขึ้นได้

  • Market drivers

ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ข่าวเชิงบวกของอุตสาหกรรม การยอมรับจากสถาบันที่เพิ่มขึ้น การอัปเกรด blockchain และภาวะมหภาคที่เอื้ออำนวย — รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง — อาจส่งเสริมภาวะตลาด bullish ได้

ตลาด bearish คืออะไร?

ตลาดหมีคือช่วงเวลาที่ยืดเยื้อของราคาที่ปรับตัวลง ความต้องการที่ลดลง และอารมณ์ตลาดที่ระมัดระวัง คำนี้สะท้อนลักษณะการโจมตีของหมี — ใช้กรงเล็บปัดลงด้านล่าง — ซึ่งแทนตลาดที่กำลังตกลง

  • Sentiment

Fear, Uncertainty, and Doubt (FUD) มักแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ผู้เข้าร่วมตลาดมีความระมัดระวังมากขึ้น

  • Trading activity

ปริมาณการซื้อขายอาจลดลง เนื่องจากผู้เข้าร่วมบางส่วนลดการเปิดรับความเสี่ยงในตลาด หรือรอให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น

  • Market drivers

การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง หรืออัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดภาวะตลาด bearish ได้

ผู้เริ่มต้นจะสังเกตแพตเทิร์น bullish และ bearish ได้อย่างไร

การรับรู้แนวโน้มตลาดเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา ปริมาณการซื้อขาย และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้กันทั่วไป แม้เครื่องมือเหล่านี้อาจช่วยระบุสภาวะตลาดได้ แต่ก็ไม่สามารถทำนายการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตได้

1. Price action (higher highs and lower lows)

โครงสร้างโดยรวมของกราฟราคามักให้สัญญาณเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น

  • Bullish pattern. ชุดของจุดสูงสุดที่สูงขึ้นและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น โดยทั่วไปบ่งชี้ว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมตลาดอยู่
  • Bearish pattern. ลำดับของจุดสูงสุดที่ต่ำลงและจุดต่ำสุดที่ต่ำลง โดยทั่วไปสะท้อนแรงขายที่ต่อเนื่องและแนวโน้มขาลง

2. Volume analysis

ปริมาณการซื้อขายช่วยวัดระดับการมีส่วนร่วมของตลาดที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา

  • Bullish confirmation. ราคาที่ปรับตัวขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งขึ้น
  • Bearish confirmation. ราคาที่ปรับตัวลงพร้อมกับปริมาณที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงแรงขายที่แข็งแกร่งขึ้น ในทางกลับกัน การทะลุราคา (breakout) ที่เกิดขึ้นบนปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำอาจไม่น่าเชื่อถือเท่าไรนัก

3. Support and resistance

Support และ resistance คือระดับราคาที่กิจกรรม การซื้อหรือการขาย เคยเพิ่มขึ้นในอดีต

  • Resistance. ระดับ resistance ทำหน้าที่เป็นเพดานราคาที่แรงขายเคยจำกัดการเคลื่อนไหวขึ้นไว้ หากราคาขยับเหนือ resistance ด้วยปริมาณการซื้อขายที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์บางรายอาจตีความว่าเป็นสัญญาณของโมเมนตัมขาขึ้นที่ต่อเนื่อง
  • Support. ระดับ support ทำหน้าที่เป็นพื้นราคาที่กิจกรรมการซื้อเคยเพิ่มขึ้นในอดีต หากราคาลดลงต่ำกว่า support อาจบ่งชี้ว่าโมเมนตัม bearish กำลังแข็งแรงขึ้น

4. Basic technical indicators

อินดิเคเตอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายหลายตัวสามารถให้บริบทเพิ่มเติมเมื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาด

  • Moving averages. ราคาที่ซื้อขายเหนือ moving averages สำคัญ อาจบ่งชี้แนวโน้มขาขึ้น ขณะที่การซื้อขายต่ำกว่าระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอาจบ่งบอกภาวะตลาดที่อ่อนแอ
  • Relative Strength Index (RSI). RSI วัดโมเมนตัมของตลาดและระบุภาวะที่อาจถือว่า overbought หรือ oversold สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดการกลับทิศของราคา

5. ระวังกับดักของตลาด

ไม่ใช่ทุก breakout หรือ breakdown ที่จะพัฒนาเป็นแนวโน้มต่อเนื่อง

  • Bull trap. ราคาปรับขึ้นเหนือระดับ resistance ชั่วครู่ก่อนกลับตัวลง ทำให้ดูเหมือนเป็น breakout ที่ไม่ได้ดำเนินต่อ
  • Bear trap. ราคาลดลงต่ำกว่า level support ชั่วคราวก่อนกลับตัวขึ้น ทำให้ breakdown เริ่มต้นมีอายุสั้น

*เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือกฎหมาย ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง การเทรดคริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินทุนที่คุณลงทุนไว้ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองเสมอ ก่อนตัดสินใจทางการเงินใด ๆ 

แชร์:

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

  • Trading

ทำไม Bitcoin ถึงร่วง?

ทำไม Bitcoin ถึงร่วง? Bitcoin คือสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์แรกของโลก มันไม่เหมือนบริษัททั่วไป: ไม่มีที่ดิน ไม่ถือสิทธิบัตร และไม่ได้ผลิตสินค้าที่จับต้องได้ Bitcoin ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยให้ผ...

อ่านเพิ่มเติม

  • Trading

OTC (นอกตลาด)

OTC (over-the-counter) คืออะไร? Over-the-counter (OTC) อธิบายถึงการซื้อขายทางการเงิน ส่วนใหญ่เป็นการซื้อและขายหลักทรัพย์ ที่เกิดขึ้นนอกตลาดหลักทรัพย์แบบศูนย์กลาง เช่น NYSE หรือ NASDAQ ในตลาด OTC การซื...

อ่านเพิ่มเติม

  • Trading

สลิปเพจ

Slippage คืออะไร? ในการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี slippage คือช่องว่างระหว่างราคาที่คาดไว้ของการเทรดกับราคาจริงที่เกิดขึ้นเมื่อมีการยืนยันรายการ คุณจะเห็นราคาเสนอเริ่มต้นเมื่อคุณอนุมัติการซื้อ ขาย หรือสว...

อ่านเพิ่มเติม

  • Trading

กลยุทธ์การเทรดฟิวเจอร์ส

กลยุทธ์การเทรดฟิวเจอร์สคืออะไร? การเทรดฟิวเจอร์สอาศัยข้อตกลงในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ณ วันที่ในอนาคต ในคริปโต เทรดเดอร์ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อจัดการความเสี่ยง ป้องกันความผันผวน หรือเ...

อ่านเพิ่มเติม

อยากรู้เพิ่มเติมไหม?

เข้าร่วมจดหมายข่าวของเรา — รับข้อมูลข่าวสาร รับพลัง